
นัท มีเรีย เบเนเดดตี้ ดาราและนักร้องสาววัย 31 ปีคนนี้มีอะไรแอบซ่อนอยู่ในหัวใจ แมรี แคลร์จับเข่าคุย พร้อมถอดรหัสหัวใจของเธอมาให้อ่านกัน
นัท มีเรีย กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วเมื่อเธอออกมาเปิดเผยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและสามี เต๋า (สมชาย เข็มกลัด) ได้กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว วันนี้เธอมีนัดคุยกับแมรีแคลร์โดยให้มุมมอง ความคิด และความรู้สึกเกี่ยวกับชีวิต ความรัก หน้าที่การงาน ฯลฯ ผ่านตัวอักษรของคำว่า M-A-R-I-E-C-L-A-I-R-E เรามาดูกันสิว่าในตัวอักษรแต่ละตัวนี้จะสะท้อนตัวตนและความเข้มแข็งของผู้หญิงที่ชื่อ นัท มีเรีย ได้มากหรือน้อยอย่างไร
Memory ความทรงจำ
ความทรงจำของนัทเป็นสิ่งดี ๆ ถึงแม้ว่ามันจะผ่านไปแล้วก็ตาม อย่างเช่นเรื่องของความรักที่ผ่านมา นัทโชคดีที่มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามามากกว่าสิ่งไม่ดี เราเคยได้รับความสุขแต่แล้วพอเวลาผ่านไปอาจจะไม่รู้สึกเท่าวันเก่า ๆ แต่อย่างน้อยเราก็เคยรู้สึกไม่ใช่เหรอ แล้วเราจะไปทุกข์กับความสุขในอดีตทำไม ปีหนึ่งมี 365 วัน เรามีความสุขสัก 300 วัน อีก 65 วันทุกข์ ก็ถือว่าทุกข์น้อยกว่าสุขแล้วแน่นอน ถึงจะต้องจากคนที่เรารัก แต่นัทคิดว่าสุขหรือทุกข์อยู่ที่เรากำหนดมากกว่า
นัทเคยกลับเข้าบ้านแล้วเป็นทุกข์ แต่นัทนิ่งและคิด ไม่ใช่ว่าเราจะอยู่โดยขาดเขาไม่ได้ เพราะความรักนั้นเราสามารถหาได้จากอะไรเยอะแยะรอบตัวเรา ทุกวันนี้นัททำความเข้าใจกับความรักว่าไม่จำเป็นต้องทุกข์มาก ถึงแม้เราจะห้ามทุกข์ไม่ได้ แต่ก็ต้องมองว่าจะทุกข์ได้แค่ไหน เพราะคนรอบข้างก็พร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้เราอยู่แล้ว ลองคิดดูสิว่าถ้าเรายังทุกข์ไม่จบ คนอื่นก็จะพลอยเป็นทุกข์กับเราสักแค่ไหน
นัทว่าถึงเราจะทุกข์ไปเรื่อย ๆ ก็คงได้ แต่อย่าฟูมฟายมาก อย่าแสงดออกให้ใคร ๆ เห็นว่าเราอ่อนแอ เพราะสุดท้ายแล้วเราต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นเราจะลุกไม่ขึ้นสักที ต้องมีคนมาคอยประคับประคองเราตลอดเวลา นั่นเป็นการสร้างภาระให้คนอื่นและเป็นภาระให้ตัวเองด้วย
Age อายุ
ตอนที่กำลังจะเข้าสู่เลข 3 เพื่อน ๆ ก็คุยกันว่าอายุ 29 น่ะแป๊บเดียวนะ ประเดี๋ยวก็เลยไปเป็น 30 แล้ว เรียกว่าถ้าเป็นม้าก็ควบเร็วแล้วแย่งเข้าเส้นชัยไปเลย เวลาผ่านไปรวดเร็วมาก ตอนนี้อายุ 31 แล้ว แต่นัทก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองอายุเยอะสักเท่าไหร่ แค่รู้สึกว่าตัวเองโตเป็นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เวลาจะทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังมากขึ้น นัทว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นไปเองตามธรรมชาตินะ ตอนนี้นัทเริ่มคิดแล้วว่าต่อไปเราจะวางแผนชีวิตอย่างไร และจะดูแลตัวเองอย่างไร
ปกตินัทไม่ได้เป็นคนกลัวแก่ แต่เพราะความที่เป็นคนตาโต เวลายิ้มจะมองเห็นเป็นถุงใต้ตาเลย ซึ่งตรงนี้ก็เป็นกรรมพันธุ์ที่ได้มาจากคุณพ่อด้วย แต่นัทก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากกับเรื่องนี้ ก็ดูแลตัวเองไปเท่าที่จะทำได้ แล้วมักคิดว่า โห...รูปนี้ทำไมถุงใหญ่จังเลย จะทำอย่างไรให้ถุงหายไป ยิ่งถ้าวันไหนที่ตาทั้งโตด้วยแล้วก็บวมด้วยยิ่งไปกันใหญ่เลย แต่คงทำได้แค่นี้แหละ
Relationships ความสัมพันธ์
ชีวิตนัทตอนนี้มีแต่แม่เท่านั้น นัทเป็นลูกคนเดียว พ่อเสียชีวิตตอนนัทเพิ่งกลับจากเรียนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้เพียงไม่กี่เดือน นัทเป็นคนที่นิสัยคล้ายแม่ตรงที่ชอบทำบุญ ชอบช่วยเหลือคน บางทีแม่ขับรถไปเจอคุณยายอายุมาก ๆ เดินอยู่แถวบ้าน แม่นัทก็จอดรถทันที แล้วรับคุณยายขึ้นรถขับไปส่งถึงบ้าน
ตอนนี้แม่นัทป่วยเป็นโรคเซลล์ควบคุมกล้ามเนื้อฝ่อ จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลิ้น การพูด การกินไม่เหมือนเดิม แต่สุขภาพยังดี ยังขับรถได้ แต่กินอาหารทุกอย่างไม่ได้ น้ำหนักก็ลดลงไปเยอะ เดี๋ยวนี้เวลาที่เราจะสื่อสารกันนัทก็ให้แม่เขียนลงในไวต์บอร์ด แต่แม่ก็เข้มแข็ง ไม่ได้มาหงอยหรือคิดว่าชีวิตเศร้า แม่ก็ยังออกไปข้างนอกได้ ไปซื้อดอกไม้มาปลูก และยังทำชีวิตให้เป็นปกติ ถ้านัทไม่ได้ไปไหนก็พยายามอยู่บ้านให้แม่เห็นหน้า บางก็ล้อให้ท่านหัวเราะ หรือเวลาแม่พูดแล้วเราฟังไม่รู้เรื่อง เราจะแปลให้ท่านหัวเราะ เช่น ถ้าแม่ถามว่า กินข้าวหรือยัง เราก็จะแกล้งถามกลับไปว่า อะไรนะ จะขอตังค์เหรอ เท่านี้แม่ก็หัวเราะแล้ว
เวลาอยู่กับแม่ก็มีบ้างบางทีที่เข้าไปกอดไซ้ บางทีปล้ำเลย แม่ก็จะหัวเราะชอบใจ แม่เองก็เป็นคนเอาใจเก่งอยู่แล้ว บางทีแม่กอดมาหอมเรา นัทเองก็กอดแม่อยู่ทุกวัน กลิ่นของแม่ถ้ายังไม่อาบน้ำก็จะมีกลิ่นสุนัขที่แม่ชอบเก็บมาเลี้ยง หรือบางทีก็มีกลิ่นกับข้าวด้วย แต่กลิ่นตัวแม่จริง ๆ จะสะอาดไม่ต้องใส่น้ำหอมก็หอมด้วยตัวเองอยู่แล้ว เพราะแม่เป็นสาวเนื้อหอม แม่นัทเป็นคนอ่อนโยน ชอบให้พรก่อนที่นัทจะออกจากบ้านทุกวัน ตั้งแต่เด็กมาแล้วแม่จะให้พรเสมอวา ขอให้ลูกโชคดี ขอให้ลูกปลอดภัย ถึงจะเป็นคำพูดธรรมดา ๆ ของแม่ แต่ว่าเป็นพรอันประเสริญสำหรับเรา
ความสัมพันธ์แม่ลูกบางทีก็มีขำ ๆ แม่ของนัทเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งนัทไม่ค่อยเป็นเลย เคยมีวันหนึ่งนัทต้องขึ้นเครื่องบิน แม่เตือนแล้วเตือนอีกว่าต้องไปสนามบินก่อนสัก 2 ชั่วโมงนะลูก แต่นัทก็ชะล่าใจ โอ๊ย...แม่...สนามบินอยู่แค่นี้เอง แค่ครึ่งชั่วโมงก็ทัน แต่สุดท้ายก็หวุดหวิด ตกเครื่องจริง ๆ แม่ก็จะค้อนบอกว่า ไงล่ะ ไหนบอกว่าทัน ๆ (หัวเราะ) เราก็จ๋อยไป
วันเกิดของนัทปีนี้ (6 กุมภาพันธ์) นัทเอาน้ำแช่เท้าแม่มาอาบน้ำ เพราะถือว่าเป็นน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ แม่เห็นนัททำแล้วก็ร้องไห้ตื้นตันใจ ที่นัททำแบบนี้เพราะในชีวิตจองเราอาจะเคยทำอะไรให้แม่เสียใจมาบ้าง นัทก็อยากจะล้างสิ่งเหล่านี้ออกไปจากชีวิต นัทอยากขอโทษแม่ รับสิ่งที่มีสิริมงคลเข้ามาแล้วมีชีวิตใหม่
Impression ความประทับใจ
ประทับใจมากตรงที่มีน้อง ๆ เพื่อน ๆ และแฟนเพลงที่รักเราเขียนจดหมายมาหา ส่งโปสการ์ดมาให้ หรือเวลาที่เราคอนเสิร์ตก็จะมีน้อง ๆ ไปฟังกัน หรือน้อง ๆ ที่เข้ามาในเว็บ (www.natmyriaweb.com) เวลามีคนมาชื่นชมทำให้เรารู้สึกดี ความปรารถนาดีของพวกเขาเรารู้สึกได้ มันเป็นความประทับใจอย่างหนึ่งที่เขาให้เป็นคนสำคัญของเขา นัทรู้สึกว่าใครก็ได้ในโลกนี้ที่เขามีความรู้สึกดี ๆ กับเรา เราก็ดีใจแล้ว
มีน้องแฟนเพลงของนัทคนหนึ่งตาบอด เขาเคยโทร.มาคุยแล้วบอกว่าปลื้มและชอบเรามาก เขาบอกนัทตรง ๆ ว่า เขาไม่รู้หรอกว่าหน้าตานัทเป็นอย่างไร เพราะเขามองอะไรไม่เห็น ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้สมบูรณ์เหมือนคนอื่น แต่เขาก็สามารถรักเราในแบบที่คนอื่นรักเราเหมือนกัน เรื่องเหล่านี้นัทไม่เคยลืมหรอก จะเก็บไว้เป็นความประทับใจส่วนตัวและความประทับใจเหล่านี้ก็เป็นแรงผลักดันเป็นพลังแง่บวก
ให้นัททุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ดูแลตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะนัทไม่อยากทำอะไรให้พวกเขาผิดหวัง และอยากตอบแทนความรู้สึกดี ๆ ที่ทุกคนมีให้
Evaluate ประเมินตัวเอง
ถ้าเป็นเรื่องงานหรือเรื่องอะไรต่าง ๆ ที่ท้าทายความสามารถของตัวเอง นัทก็จะพยายามทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด และเต็มที่กับงานที่ทำทุกครั้ง นัทประเมินผลตัวเองเหมือนกันว่าทำไปแล้วออกมาดีไหม คอยเช็กงานของตัวเองดูตลอด ถ้ามีคำติมากกว่าคำชม เราก็จะพยายามมองอย่างเป็นกลางว่าจริงหรือเปล่า เราเป็นอย่างที่เขาพูดไหม โดยไม่เข้าข้างตัวเอง แต่ไม่เคยประเมินอะไรไว้สูงเกินตัว ไม่เคยฝืนหรือกดดันตัวเอง นัททำไหวแค่ไหนก็ทำแค่นั้น และอะไรที่ทำพลาดไปแล้วก็ไม่มองว่าทำไมแย่จัง เพราะคนเราพลาดกันได้ นัทไม่ใช่คนที่ชอบเก็บเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาคิดให้ตัวเองรู้สึกย่ำแย่ นัทมองว่าอะไรที่ผ่านไปแล้วก็ควรจะผ่านไปเลย
Care ความใส่ใจ
ถ้ามีคนที่นัทไม่รู้จัก แต่บังเอิญเขาเข้ามาอยู่ในกลุ่มของนัทและเพื่อน ๆ โดยที่เขาไม่ได้รู้จักใครในกลุ่มของเราเลย ความที่เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าบ้านก็จะชักชวนเขาคุยก่อนและมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับเขา เพราะนัทรู้สึกว่านัทอยากให้เขาผ่อนคลายและไม่รู้สึกว่าแปลกแยกกับใคร อาจจะเรียกได้ว่าให้ความเป็นมิตรกับเขา แต่ในทางกลับกัน ถ้าตัวนัทไปอยู่ในที่ที่เราไม่รู้จักใครสักคน นัทก็จะขอยืนนิ่ง ๆ อยู่เงียบ ๆ คนเดียว และคงจะไม่ค่อยเข้าไปทำความรู้จักกับใครหรอก
Laugh เสียงหัวเราะ
ตัวจริงของนัทไม่ใช่เป็นคนหัวเราะยากเลย แต่ต้องเป็นคนที่สนิทกับนัทหน่อยถึงจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นคนขำ ฮา และทะลึ่งทะเล้นอยู่บ่อย ๆ แต่ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนเลย นัทก็ไม่ค่อยปล่อยมุกอะไรเยอะ ต้องดูกาลเทศะอย่างแฟนเพลงของนัทก็จะรู้ว่านัทเป็นคนที่ร้องเพลงผิดบ่อย ทั้งมั่วเนื้อและมั่วนิ่มไปเรื่อย แฟนเพลงเขาก็จะขำและหัวเราะ เราก็ไม่อายและไม่ได้มีฟอร์มอะไรมากมาย ก็หัวเราะขำกลบเกลื่อนและร้องต่อไป แล้วอีกอย่างนัทเป็นคนซุ่มซ่ามมาก ชอบเดินสะดุดโน่นนี่บ่อย ๆ รองเท้าพลิกก็เคย ขนาดว่าหกล้มให้คนเห็นกลางถนนก็เคยมาแล้ว เวลาเดินไปไหนก็ต้องคอยระวังตัวเอง
Aim จุดมุ่งหมาย
จริง ๆ แล้วความสุขของนัทคือการมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์ มีสามีที่ดี มีลูก และต่างคนต่างก็ช่วยดูแลกันและกันไปจนแก่จนเฒ่า แล้วอีกอย่างคือการได้อยู่กับคุณแม่ เพราะนัทเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก นัทไม่ได้หวังเรื่องร่ำรวยหรือมีเงินทองมากมาย เราก็มีในระดับที่เราอยู่ได้และไม่เดือดร้อน ซึ่งนัทก็รู้สึกว่าแค่นี้เราก็เพียงพอแล้ว
สำหรับชีวิตคู่ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่มันก็คือแค่นี้ นัทคิดว่าวันหนึ่งก็ต้องมีคนที่ใช่ผ่านเข้ามาในชีวิตของนัท เพียงแต่วันนี้เขาคนนั้นยังมาไม่ถึง เพราะเจ้าคงไม่ได้ให้อะไรเราทีเดียวหลาย ๆ อย่างหรอก
เขาก็ต้องให้บ้าง ไม่ให้บ้าง หรือให้รอบ้าง แต่ช่วงที่เรารอคอยเราก็มีความสุขระดับหนึ่ง
นัทยอมรับว่ามันเป็นความสุขแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะชีวิตช่วงที่ผ่านมานัทมีแฟนและใช้ชีวิตคู่มา
โดยตลอด แต่พอไม่มีมันก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง ทำให้เราได้มีเวลานิ่ง ๆ อยู่กับตัวเอง แล้วก็ได้ศึกษาจิตใจตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้รู้ใจตัวเองอย่างถ่องแท้ด้วยว่าจริง ๆ แล้ว
ตัวเราต้องการอะไรกันแน่
Interesting ความสนใจ
สำหรับนัทแล้วเรื่องของแนวคิดต่าง ๆ เรื่องของจิตวิทยา หรือเรื่องของพุทธศาสนา เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และเราสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตได้เลย แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป ที่บ้านนัทมีหนังสือแนวธรรมะอยู่เยอะมาก อย่างเรื่องเสียดายคนตายไม่ได้อ่าน ของดังตฤณ หรือหนังสือธรรมะของท่านพุทธทาส เป็นหนังสือที่มีอยู่ทั่วบ้านเลย และในรถก็มีบ้าง
เวลาไหนก็ตามที่นัทรู้สึกว่าตัวเองชักจะเป๋ ๆ ไปแล้วนะ ก็หยิบหนังสือธรรมะมาอ่าน จริง ๆ แล้วเรื่องแนวนี้ไม่ใช่ว่าอ่านแค่เพียงครั้งเดียวแล้วเราจะเข้าใจได้หมด แต่ถ้านัทรู้สึกอยากอ่านเมื่อไรก็หยิบมาเมื่อนั้น บางทีอยากอ่านแป๊บเดียวก็อ่าน หรืออ่านแค่สักสองสามหน้าแล้ววางไปก่อนค่อยมาอ่านต่อทีหลังก็มีเหมือนกัน
เมื่อก่อนนัทเป็นคนไม่ค่อยอ่านหนังสือ เพิ่งจะมาเริ่มต้นอ่านช่วงหลัง ๆ นี้เอง รู้สึกได้เลยว่าการอ่านมีประโยชน์มาก ๆ ให้คุณค่าทางจิตใจ ทำให้เรารู้อะไรเยอะขึ้นจริง ๆ และยังช่วยเปิดโลกของเราให้กว้างขึ้น พออ่านหนังสือแล้วรู้สึกได้เลยว่าโลกนี้ยังมีอะไรมากมายที่เรายังไม่รู้
Romantic ความโรแมนติค
เรื่องโรแมนติคนัทก็มีเหมือนกันนัท แต่ก็ไม่รู้จะเรียกว่ามากหรือน้อยแค่ไหน นัทชอบจุดเทียนในห้องนอนแล้วเปิดเพลงสบาย ๆ ฟัง เป็นคนชอบจัดแจกันดอกไม้ แล้วเอาไปวางไว้ตามมุมห้อง มีประมาณ 4-5 ใบเห็นจะได้ ในห้องน้ำก็มี ห้องแต่งตัวก็มี ตรงหัวนอน ปลายเท้า มีหมดทุกที่เลย (หัวเราะ) นัทซื้อดอกไม้เอง บางทีขับรถไปติดไฟเดงอยู่แล้วมีคนเดินขายดอกไม้อยู่ก็จะเรียกเขามา
เหมาดอกกุหลาบแบบ 3 กำ 100 บาท มีหลาย ๆ สีปนกัน จ่ายแค่ 200 บาทเอง ได้ดอกไม้ตั้งหลายกำ
เรื่องจัดแจกันดอกไม้เพิ่งมาเป็นเอามากช่วงนี้ ก่อนหน้านี้ก็มีบ้างเหมือนกัน แต่ก็แค่นาน ๆ ครั้ง ระยะหลัง ๆ นี้รู้สึกดีจังที่ได้เห็นสีสันสดใสของดอกไม้ ดูแต่ละกลีบเขาก็ช่างออกดอก ช่างม้วนกลีบของเขานะ
ดูแล้วเพลินดี มีความสุข ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่าดอกไม้ทุกสีสวยหมดเลย ไม่จำเป็นต้องเจาะจงชอบสีนั้นสีนี้
นัทชอบดอกพุด รู้สึกว่ากลิ่นหอมดี เคยเดินทางไปต่างจังหวัดแล้วซื้อดอกพุดมาเป็นร้อย ๆ ดอก ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั้งห้องเลย มันทำให้เราสดชื่นดี ถ้าใครได้ลองทำแบบนี้แล้วจะรู้เลยว่าสิ่งเรียบง่ายที่หาได้ไม่ยากอย่างดอกไม้ จะทำให้ชีวิตวันนั้นมความสุขมาก เมื่อก่อนดอกไม้ที่นัทชอบมากที่สุดคือดอกกุหลาบขาว ถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังชอบอยู่นะ แต่วันนี้สำหรับนัทกุหลายทุกทีสวยไปหมด เพราะมุมมองชีวิตเรากว้างขึ้น
Erase ลบ
นัทไม่เคยคิดอยากจะลบอะไรที่เกิดขึ้นแล้วออกไปจากชีวิตของนัทเลย และถึงแม้จะมียางลบวิเศษที่สามารถลบอะไรก็ได้ในชีวิตนัทออกไปจนหมดไม่มีอะไรเหลือทิ้งไว้ แต่นัทก็ยังขอเลือกที่จะวางยางลบแท่งนั้นไว้เฉย ๆ โดยไม่ขอแตะต้องอยู่ดี เพราะนัทคิดว่าเราจะแก้อดีตที่ผ่านไปแล้วทำไม สู้เราเอาประสบการณ์จากอดีตมาแก้ไขปัจจุบันให้ดีขึ้นไม่ดีกว่าหรือ

1.ชุดอยู่บ้านในวันสบาย ๆ ของนัท มีเรียเป็นเสื้อยืดตัวใหญ่โคร่งกับกางเกงขาสั้นเกือบถึงหัวเข่า และเธอชอบรวบผมไว้อย่างง่าย ๆ
2.นัท มีเรียเป็นคนที่ชอบซื้อน้ำหอม แต่ไม่ค่อยได้ใช้ เธอเคยมีน้ำหอมบางขวดที่เก็บไว้ในตู้เย็นนานเป็น 10 ปี โดยไม่เคยหยิบออกมาฉีดเลยสักครั้ง
3.นัทเป็นคนที่ทำท่าเมาเหล้าได้เหมือนมากทั้งแววตาและน้ำเสียง แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอเป็นคนที่ไม่แตะต้องแอลกอฮออล์เลย
4.ทุกปีเมื่อเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 31 ธันวาคม นัทชอบโทร.ไปบอก Happy New Year กับคนสนิทเช่น แม่ ผู้จัดการส่วนตัว และเธอมักจะอวยพรทุกคนว่า ขอให้ปีนี้มีความสุขและพบเจอแต่สิ่งดี ๆ
5.บ้านของนัทเป็นบ้านสไตล์ยุโรป มีบันไดวนและแชนเดอร์เลียร์หรู แต่ที่ผนังบ้านกลับมีเขาควายแขวนติดอยู่และที่สนามหญ้าก็มีไก่โต้งแกะสลัก 2-3 ตัว เขาควายกับไก่โต้งนี้เป็นสิ่งที่แม่ของนัทชอบมาก
